“พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร.” มอบแนวทางการบริหารราชการให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล ขับเคลื่อนการทำงานทันที สร้างศักดิ์ศรี ความภาคภูมิใจในอาชีพ กำหนดวิสัยทัศน์ “เป็นองค์กรปราบปรามอาชญากรรมและบังคับใช้กฎหมาย ในระดับมาตรฐานสากลที่ประชาชนเชื่อมั่นศรัทธา”
.
เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2566 เวลา 13.30 น. พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ( ผบ.ตร. ) พร้อมด้วย พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร., พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร., พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.ธนา ชูวงศ์ รรท.รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.สราวุฒิ การพานิช รรท.รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.ไกรบุญ ทรวดทรง รรท.จตช. พร้อมด้วยข้าราชการตำรวจทุกหน่วย ระดับกองบังคับการ และสถานีตำรวจทุกระดับ เข้าร่วมประชุมรับฟังวิสัยทัศน์ และมอบแนวทางการบริหารราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ณ ห้องศรียานนท์ ชั้น 2 อาคาร 1 ตร. และการประชุมทางไกลผ่านจอภาพ พร้อมเพรียงกันทุกหน่วย
.
ผบ.ตร. ได้มอบแนวทางการบริหารราชการให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล โดยมีเจตนารมณ์หลัก จำนวน 5 ประการ
1. สานต่อนโยบายและการพัฒนา ตร.
2. มุ่งเน้นปราบปรามอาชญากรรมที่สร้างความเดือดร้อนและเอารัดเอาเปรียบประชาชน
3. รักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงประเทศ
4. ยึดหลักการทำงานที่เป็นมาตรฐานสากลและยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง
5. ตลอดจนสร้างศักดิ์ศรี ความภาคภูมิใจในอาชีพ ขวัญกำลังใจ สวัสดิการของข้าราชการตำรวจและครอบครัว
.
ผบ.ตร.วางแนวทางการบริหารราชการ 10 ข้อคือ
1) ปกป้อง เทิดทูนและพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์และการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
2) เพิ่มขีดความสามารถในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมที่สร้างความเดือดร้อน เอารัดเอาเปรียบ หรือกระทบต้องการดำเนินชีวิตโดยปกติสุขของประชาชน
3) การแก้ไขปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และอาชญากรรมรูปแบบใหม่
4) การแก้ไขปัญหายาเสพติดในทุกมิติอย่างเป็นระบบ
5) ให้ความสำคัญกับการพัฒนาสถานีตำรวจให้มีความพร้อมในการดูแลประชาชน อำนวยความยุติธรรม และยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง
6) พัฒนาคุณลักษณะที่พึงประสงค์ทั้ง ความรู้ ทักษะ ยุทธวิธี คุณธรรมจริยธรรม และมีการฝึกอบรมทบทวนอย่างสม่ำเสมอ
7) พัฒนาระบบฐานข้อมูล และนำเทคโนโลยีมาใช้สนับสนุนการทำงานให้มีประสิทธิภาพ
9) พัฒนาคุณภาพชีวิต สวัสดิการ ขวัญกำลังใจ และความสามัคคีของข้าราชการตำรวจ
10) เน้นภาวะผู้นำในทุกระดับ ผู้บังคับบัญชาต้องเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับผู้ใต้บังคับบัญชา
.
แนวทางเน้นหนัก ทำทันที จำนวน 4 เรื่อง สอดรับนโยบายรัฐบาลได้แก่
1. การอำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว
2. การแก้ไขปัญหายาเสพติดในทุกมิติอย่างเป็นระบบ
3. การป้องกันปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี
4. การดูแลสวัสดิการและขวัญกำลังใจของข้าราชการตำรวจ
และร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการช่วยเหลือประชาชนในห้วงที่ประสบอุทกภัยพื้นที่ต่าง ๆ ทันที
.
รวมทั้ง Quick Win เร่งรัดดำเนินนโยบาย “Police’s Home เราดูแลคุณ(ตำรวจ) เพื่อให้คุณไปดูแลประชาชน” โดยการจัดสรรกำลังให้เพียงพอกับการปฏิบัติหน้าที่ (ยกเลิกการช่วยราชการทั้งหมด สอดคล้องกับ พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565) สร้างระบบและมาตรฐานการปฏิบัติงาน ลดภาระงานทบทวนระเบียบ คำสั่ง ตร.ที่ 419/2556 หรือการรายงานที่ไม่จำเป็น (โดยให้รายงานเหตุฯ ศปก.เพียงแห่งเดียว) หรือไม่สอดคล้องกับอำนาจหน้าที่
.
เสริมสร้างสวัสดิการ ด้านที่พักอาศัยและการให้รางวัล (ดีเด่น ต่อเนื่อง) การสร้างระบบการสื่อสาร ร้องเรียน ร้องทุกข์ (Two Ways Communication) และสร้างความรัก ความสามัคคี และการสื่อสาร ในองค์กร ตลอดจนสร้างภาพลักษณ์ความเชื่อมั่นศรัทธาของประชาชน
.
ผบ.ตร. กล่าวว่า ขอให้คำมั่นว่า จะทุ่มเท เสียสละ และจะใช้เวลาในการปฏิบัติหน้าที่ราชการ ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด สิ่งใดที่สามารถดำเนินการได้จะเร่งทำทันที หลังจากนี้เป็นต้นไป สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะต้องร่วมกันขับเคลื่อนการทำงานของรัฐบาล และ ตร. โดยทันที ผู้บังคับบัญชาแต่ละระดับชั้นจะต้องดำเนินการตามแนวทางที่ให้ไว้ ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม และทุกหน่วยต้องให้ความสำคัญกับข้าราชการตำรวจในสังกัด เพื่อให้เขาไปปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เน้นการทำงานที่เป็นมาตรฐาน ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง ตามหลักยุทธวิธีตำรวจและกฎหมายเป็นสำคัญ มีการกำหนด Action Plan ด้านต่างๆ เช่น การประเมิน ITA จะต้องผ่านเกณฑ์ที่ ป.ป.ช. กำหนด และจะลงพื้นที่ไปตรวจสอบการปฏิบัติงานของทุกหน่วยอย่างใกล้ชิด และจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ยึดประโยชน์ส่วนรวมของประชาชนและผลประโยชน์ของชาติ ตามกลไก ครรลองของกฎหมายและระบอบประชาธิปไตย และจักเทิดทูน จงรักภักดี พัฒนางานตำรวจในทุกมิติ เป็นตำรวจของประชาชน มีมาตรฐานสากล สร้างขวัญกำลังใจ ศักดิ์ศรี สวัสดิการ และกำชับให้ผู้บังคับบัญชาต้องเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับตำรวจทุกนาย